เมนูหลัก


 

Counter

สถิติการเยี่ยมชม

 สถิติวันนี้

34 คน

 สถิติเมื่อวาน

49 คน

 สถิติเดือนนี้

675 คน

สถิติปีนี้

8048 คน

สถิติทั้งหมด

9903 คน

เริ่มเมื่อ 2011-06-23

 

ระเบียบปฏิบัติประจำการปฏิบัติงานบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพบก

 

แวดล้อมของโลกได้มีการเปลี่ยนแปลง ทาให้เกิดปรากฎการณ์ต่าง ๆ ขึ้น โดยเฉพาะสภาวะเรือนกระจก (Green House Effect) อันเป็นสาเหตุให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น จึงทาให้ปรากฏการณ์เอลนิญโญ่ และอื่น ๆ ตามมา ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวทาให้สภาพอากาศมีความแปรปรวน ก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่มีความรุนแรงมากขึ้นตามลาดับ ในขณะเดียวกันการพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้เร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการใช้บุคลากร และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เป็นอันตรายมาใช้มากขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แม้จะส่งผลให้ประชาชนมีการศึกษามีวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงหลายประการ ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะสุขอนามัย และความปลอดภัย เนื่องจากความเสี่ยงต่อสาธารณภัยต่าง ๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากการกระทาของมนุษย์ และจากธรรมชาติ กล่าวคือ การเติบโต และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชุมชนเมือง ทาให้สภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ถูกดัดแปลงแก้ไข และถูกทาลาย เพื่อการดารงชีพของชุมชนเมือง เป็นผลให้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะ ดิน น้า ป่าไม้ และอากาศ ถูกทาลาย และเสื่อมโทรมเป็นอย่างมาก สภาพนิเวศน์ทางธรรมชาติเสียความสมดุล ทาให้โอกาสการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น การเกิดน้าป่า น้าท่วมฉับพลัน พายุใต้ฝุ่น และโคนถล่ม เป็นต้น ในขณะที่ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเพิ่มผลผลิตทางด้านอุตสาหกรรม ทาให้สาธารณภัย และอุบัติภัยต่างๆ มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงหลากหลาย และสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

จากแนวโน้มการเกิดภัยพิบัติข้างต้น เนื่องจาก กห. เป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมทั้งด้านกาลังพล ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งสามารถนามาใช้สนับสนุนส่วนราชการพลเรือน ในการแก้ปัญหาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากธรรมชาติหรือมีผู้ทาให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน หรือรัฐ อันได้แก่ ภัยจากอุทกภัย วาตภัย และโคลนถล่ม ภัยจากอัคคีภัย ภัยจากแผ่นดินไหว และอาคารถล่ม ภัยแล้ง ภัยจากไฟป่า ภัยจากอากาศหนาว ภัยจากสารเคมี และวัตถุอันตราย ภัยจากการคมนาคมขนส่ง ภัยจาโรคระบาดสัตว์ และภัยจากโรคแมลงศตรูพืชระบาด ในการนี้ รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ กห. เป็นหน่วยงานสนับสนุนการบรรเทาสาธารณภัย ตามแผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๘ ๒

บทที่ ๒

วัตถุประสงค์ ขอบเขต และหลักการ

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อกาหนดมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีผลกระทบต่อบุคคล อาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของทางราชการทหาร รวมทั้งวางแผนการอพยพครอบครัว และส่วนราชการทหาร โดยประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

๒. เพื่ออานวยการ ประสานงาน สั่งการ และกากับดูแลการปฏิบัติของส่วนราชการ กห. ในการช่วยเหลือผู้ประสานภัยพิบัติ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การฟื้นฟูบูรณะความเสียหายทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้เป็นไอย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และประสิทธิภาพ

๓. เพื่อให้ความรู้ด้านวิชาการ และการปฏิบัติโดยจัดการประชุม/สัมมนา ในเรื่องการทหารเกี่ยวกับการป้องกันภัยทางอากาศ การทาลายวัตถุระเบิด การป้องกัน และล้างสารเคมี ชีวะ รังสี แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ อาสาสมัคร และประชาชน

๔. เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๖

๕. เพื่ออานวยการ และดาเนินการให้มีการประชาสัมพันธ์ โดยใช้เครื่องมือของส่วนราชการใน กห. หรือผ่านสื่อมวลชนอื่นๆ เพื่อเตือนภัย รายงานสถานการณ์ของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งให้คาแนะนาในการปฏิบัติแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ

๖. เพื่อประสานการปฏิบัติ/ซักซ้อม ให้การสนับสนุนกองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนในพื้นที่ต่างๆ เข้ารับการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เพื่อให้เกิดเอกภาพในการปฏิบัติยามสงคราม

๗. เพื่อปฏิบัติการในเรื่องการป้องกันอุบัติภัยหรือสาธารณภัยตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ขอบเขตการปฏิบัติ

๑. ให้การช่วยเหลือป้องกันและบรรเทาภัยอันตราย แก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนหรือรัฐจากภัยพิบัติที่เกิดจากสาธารณภัย เช่น ภัยจากอุทกภัย วาตภัย และโคลนถล่ม ภัยจากอัคคีภัย ภัยจากแผ่นดินไหว และอาคารถล่ม คลื่นยักษ์สึนามิ ภัยแล้ง ภัยจากไฟป่า ภัยจากอากาศหนาว ภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตรายภัยจากคมนาคมขนส่ง ภัยจากโรคระบาดสัตว์ และภัยจากโรคแมลงศตรูพืชระบาด เป็นต้น

๒. ใช้ยุทโธปกรณ์ และกาลังพลที่มีอยู่ในหน่วยทหารนั้นๆ โดยประสานการปฏิบัติกับฝ่ายพลเรือนและประชาชนในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ ๓

๓. จัดระบบการรับ และแจ้งข่าวสาธารณภัยระหว่างกองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งราชอาณาจักร และหน่วยงานอื่นๆ

๔. จัดทาแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดจากธรรมชาติและอุทกภัย ทั้งนี้ให้มีการประสานการปฏิบัติระหว่างกันตั้งแต่ยามปกติ และพร้อมปฏิบัติได้ทุกโอกาสที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น

๕. การปฏิบัติใดๆ ที่มีผลกระทบต่อแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของฝ่ายพลเรือนหรือของรัฐบาลให้พึงหลีกเลี่ยง หรือประสานการปฏิบัติให้เข้าใจในการปฏิบัติซึ่งกันและกัน

หลักการ

การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในสังคมจะต้องร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิฯ องค์กรปกครองท้องถิ่น รวมทั้งประชาชน เพื่อพิทักษ์รักษาความปลอดภัยของชีวิต และทรัพย์สินในยามเมื่อเกิดภัยพิบัติ ดังนั้น ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับของ กห. จะต้องเตรียมการไว้ให้พร้อม เพื่อให้การสนับสนุนกองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเขตท้องที่ เมื่อได้รับการร้องขอ

นิยามศัพท์

๑. ภัยฝ่ายพลเรือน หมายถึง ภัยพิบัติที่สร้างความสูญเสียแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนหรือรัฐอย่างกว้างขวา และรุนแรง ได้แก่ สาธารณภัย ภัยทางอากาศ และก่อวินาศกรรมจนชุมชนนั้นๆ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงจาเป็นต้องได้รับการบาบัด ช่วยเหลือ และฟื้นฟูบูรณะให้กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างรีบด่วน

๒. การป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หมายถึง การดาเนินการโดยเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนในการป้องกันและบรรเทาอันตรายหรือความเสียหายอันเนื่องจากสาธารณภัย ภัยทางอากาศ หรือการก่อวินาศกรรม ไม่ว่าการดาเนินการนั้นจะได้กระทาก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย หรือภายหลังที่ภัยได้ผ่านพ้นไปแล้ว และหมายความรวมถึงการอพยพประชาชนและส่วนราชการเพื่อการนั้น

๓. สาธารณภัย หมายถึง ภัยอันมีมาเป็นสาธารณะ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติหรือมีผู้ทาให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือรัฐ

๔. ภัยด้านความมั่นคง หมายถึง ภัยที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ได้แก่ ภัยจากการก่อวินาศกรรม ภัยจากทุ่นระเบิด ภัยทางอากาศ และภัยจากการก่อจลาจล

๕. ภาวะไม่ปกติ หมายถึง ภาวะในระหว่างเวลาที่ประเทศมีภัยจากการกระทาของศตรูอย่างรุนแรงทั้งจากภายในประเทศ และจากการรุกรานภายนอกประเทศ จนถึงขั้นที่ต้องมีการระดมสรรพกาลังของชาติ ประชาชนจะมีความหวาดกลัวต่อภัยสงคราม ขาดขวัญและกาลังใจ ไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ๔

บทที่ ๓

การจัดองค์กรบรรเทาสาธารณภัย

การจัดองค์กรบรรเทาสาธารณภัยของ กห.

จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ความแปรปรวนของภูมิอากาศ ความไม่สมดุลของระบบนิเวศน์ ทาให้สาธารณภัยมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสาธารณภัยที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือสาธารณภัยที่เกิดขึ้นจากการกระทาของมนุษย์ ซึ่งภาครัฐมีความตระหนักถึงความสาคัญในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี และมีความมุ่งมั่นที่จะให้ประชาชนรอดพ้นจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในทุกกรณี ดังนั้น เพื่อให้การดาเนินงานของกระทรวงกลาโหม ในการป้องกัน บรรเทา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. ๒๕๒๒ แผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๘ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ดังนี้

๑. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม (ศบภ.กห.) ประกอบด้วย รมว.กห. เป็น ผอ.ศบภ.กห., ปล.กห. และ ผบ.ทหารสูงสุด เป็น รอง ผอ.ศบภ.กห., ผบ.เหล่าทัพ เป็น ผช.ผอ.ศบภ.กห., อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จก.สม., ผอ.สงป.กห., จก.ธน., จก.กง.กห. เป็น กรรมการ โดยมี ผอ.สนผ.กห. เป็น กรรมการและเลขานุการ

๒. อานาจหน้าที่ของ ศบภ.กห.

๒.๑ กาหนดนโยบาย และแนวทางของ กห. เกี่ยวกับการป้องกัน แก้ไข บรรเทาภัยพิบัติที่เกิดจากสาธารณภัย และอุบัติภัย รวมทั้งแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

๒.๒ เป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับรัฐบาล และหน่วยงานฝ่ายพลเรือน รวมทั้งภาคเอกชนในการอานวยการป้องกัน แก้ไข บรรเทาภัยพิบัติ ที่เกิดจากสาธารณภัย และอุบัติภัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กห.

๒.๓ ติดตามสถานการณ์และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่ออานวยการ และประสานงานให้ส่วนราชการ ใน กห. ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงการอานวยการและประสานการประชาสัมพันธ์ โดยใช้เครื่องมือของส่วนราชการใน กห. ๕

๒.๔ ให้ นขต.กห. และเหล่าทัพ สนับสนุนกาลังพล และข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายเลขานุการ ศบภ.กห. เมื่อได้รับการร้องขอ และให้เชิญผู้แทนส่วนราชการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้คาแนะนา คาปรึกษา หรือร่วมปฏิบัติงาน และขอรับข้อมูลในเรื่องที่เกี่ยวข้องตามความจาเป็น

๒.๕ พิจารณาให้ความเห็นชอบ การสนับสนุนเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามที่ส่วนราชการใน กห.ร้องขอ เพิ่มเติมวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเพื่อดาเนินการเบิกจ่ายตามระเบียบ และคาสั่งที่กาหนดต่อไป

๓. ให้ สป. บก.ทหารสูงสุด และเหล่าทัพ จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทุกระดับหน่วยให้สอดคล้องกับการจัด และการดาเนินงานของ ศบภ.กห. และเป็นหน่วยรับผิดชอบการดาเนินงานเกี่ยวกับการป้องกัน แก้ไข บรรเทาภัยพิบัติ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของ กห. ต่อไป

๔. ให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทุกระดับหน่วย จัดทาแผนการปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกัน แก้ไข และบรรเทาภัยพิบัติ ที่เกิดจาก สาธารณภัย และอุบัติภัย รวมทั้งแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของหน่วยพร้อมทั้งพิจารณาทบทวนหรือปรับปรุงแผนดังกล่าวให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบาย และแนวทางของ กห. รวมทั้งให้ติดตามสถานการณ์ และรายงานเหตุการณ์ ผลการปฏิบัติงานของหน่วย ให้ ศบภ.กห. อย่างต่อเนื่อง

๕. การปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณ และเงินทดรองราชการ ให้ปฏิบัติตามระเบียบและคาสั่งที่เกี่ยวข้อง

๖. อานาจหน้าที่นอกเหนือจากที่กาหนดไว้ในข้อ ๒ ให้อยู่ในดุลยพินิจ และการสั่งการของ รมว.กห. ในฐานะ ผอ.ศบภ.กห. ๖

รูปภาพที่ ๑ ผังการจัด ศบภ.กห.

รูปภาพที่ ๒ ผังการจัด ศบภ.สป.

รูปภาพที่ ๓ ผังการจัด ศบภ.บก.ทหารสูงสุด

การจัดองค์กรในการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (มท.)

องค์กรปฏิบัติที่รับผิดชอบการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ประกอบด้วย กองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน แบ่งเป็น ๔ ระดับ ดังนี้

๑. ระดับชาติ ได้แก่ กองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งราชอาณาจักร (กอ.ปพร.รจ.) ตั้งอยู่ ณ กระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้อานวยการ ผู้แทนจากทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรภาคเอกชนที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นเจ้าหน้าที่หลัก มีหน้าที่๙

รับผิดชอบการปฏิบัติ การประสานงานเกี่ยวกับการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนทั่วราชอาณาจักร ตามนโยบายของคณะกรรมการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ

๒. ระดับภาค ได้แก่ กองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนภาค (กอ.ปพร.ภาค) ประกอบด้วย ผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้เป็นผู้อานวยการ ผู้แทนส่วนราชการและภาคเอกชนร่วมในกองอานวยการพื้นที่รับผิดชอบ การปฏิบัติงานเป็นไปตามคาสั่งของผู้อานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งราชอาณาจักร โดยมีศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทาหน้าที่เป็นสานักงานกองอานวยการ มีหน้าที่รับผิดชอบ ประสานงาน ติดตามผลการปฏิบัติตามนโยบายของคณะกรรมการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ ช่วยเหลือสนับสนุนการปฏิบัติงานของกองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัด

๓. ระดับจังหวัด ได้แก่ กองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัด จานวน ๗๕ แห่ง และกองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกรุงเทพมหานคร ๑ แห่ง (กอ.ปพร.จว./กทม.) ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้อานวยการตามลาดับ ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด ส่วนราชการองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ร่วมปฏิบัติงานในกองอานวยการ โดย กอ.ปพร.จว. มีหน้าที่รับผิดชอบเป็นหน่วยหลักในการป้องกัน บรรเทาและฟื้นฟูภัยฝ่ายพลเรือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ

๔. ระดับพื้นที่ ได้แก่ กองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนอาเภอ/กิ่งอาเภอทุกแห่ง/เทศบาลทุกแห่ง และ เมืองพัทยา (กอ.ปพร. อาเภอ/กิ่งอาเภอ/เทศบาล/เมืองพัทยา) ประกอบด้วย นายอาเภอ/ปลัดอาเภอ/หัวหน้าส่วนราชการประจาอาเภอ/นายองค์การบริหารส่วนตาบล/นายกเทศมนตรี/ปลัดเทศบาล/ปลัดเมืองพัทยา เป็นผู้อานวยการ ในการอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนในพื้นที่นั้นๆ ๑๐

รูปภาพที่ ๔ การจัดองค์กรปฏิบัติในการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน

ตามแผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จะต้องมีการประสานงานร่วมกัน ตั้งแต่ในภาวะปกติ สาหรับ เตรียมการเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยการกาหนดสายการบังคับบัญชาหรือสั่งการให้กลุ่มหรือหน่วยต่างๆ ปฏิบัติรวมทั้งการสนับสนุนการปฏิบัติซึ่งกันและกัน โดยนาขีดความสามารถ ศักยภาพและประสิทธิภาพของแต่ละกลุ่มมาใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ตามโครงสร้างการบังคับบัญชา ตามรูปภาพที่ ๕ ดังนี้ ๑๑

รูปภาพที่ ๕ โครงสร้างการบังคับบัญชาและการประสานงานในภาวะปกติ

หมายเหตุ ________ สายการบังคับบัญชา ๑๒

.................. สายการประสานงาน

บทที่ ๔

การดาเนินงานบรรเทาสาธารณภัยของ กห.

การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ นับเป็นภารกิจที่สาคัญประการหนึ่ง ที่ กห. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมในศักยภาพด้านกาลังพล ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และยานพาหนะ สามารถให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนราชการอื่นๆ ได้ให้ความเชื่อถือ และประชาชนให้การยอมรับ ในด้านความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและรัฐ ในยามเมื่อเกิดภัยพิบัติ ดังนั้นเพื่อให้การสนับสนุนการบรรเทาสาธารณภัย ตามแผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้กาหนดแนวทางในการดาเนินงานบรรเทาสาธารณภัยของ ศบภ.กห. ในทุกระดับ ดังนี้

๑. การเตรียมการ

๑.๑ การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ มีความจาเป็นจะต้องมอบหมายให้หน่วยต่างๆ ของ กห. ได้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ในการบรรเทาภัยพิบัติต่างๆ ของ กห. ได้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ในการบรรเทาภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบไม่สับสนและมีประสิทธิภาพในการดาเนินการมิใช่ต่างหน่วยต่างปฏิบัติทาให้เกิดความซ้าซ้อนในการให้ความช่วยเหลือ ดังนั้นเพื่อให้การดาเนินการเกี่ยวกับการบรรเทาสาธารณภัยของ กห. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม จึงแบ่งมอบพื้นที่และผู้แทน กห. ให้หน่วยต่างๆ รับผิดชอบดาเนินการตั้งแต่ระดับกองทัพภาค มทบ., จทบ., กรม. และกองพัน ตามลาดับ

๑.๒ การเตรียมการก่อนเกิดภัย เป็นการเตรียมการป้องกันภัยพิบัติตั้งแต่ในภาวะปกติโดยเน้นถึงความสาคัญของการเตรียมการล่วงหน้าในรูปแบบวิธีการป้องกัน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติดังกล่าว การจัดระบบหน้าที่ความรับผิดชอบ และการอานวยการปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในภาพรวมของ กห. จึงให้ ศบภ.สป., ศบภ.บก.ทหารสูงสุด และ ศบภ.เหล่าทัพ ดาเนินการ ดังนี้

๑.๒.๑ วางแผน อานวยการ ประสานงาน กากับดูแล และประชาสัมพันธ์ในการเตรียมการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในส่วนที่รับผิดชอบ รวมทั้งสนับสนุนหน่วยงานฝ่ายพลเรือนเมื่อได้รับการร้องขอ

๑.๒.๒ ติดตามสถานการณ์ รวบรวมข่าวสารข้อมูล และประเมินสถานการณ์ของภัยที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งแจ้งเตือนภัย ให้หน่วยงานและประชาชนทราบในโอกาสแรกที่สามารถกระทาได้ ๑๓

๑.๒.๓ ประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการฝ่ายพลเรือนในการแบ่งมอบพื้นที่และงานที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างชัดเจน

๑.๒.๔ เตรียมแผนการปฏิบัติและการฝึก การช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกับฝ่ายพลเรือนตามห้วงเวลาที่เหมาะสม

๑.๒.๕ จัดเตรียมกาลังพล ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ รวมทั้งระบบสื่อสารในยามฉุกเฉิน สาหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้พร้อมใช้ปฏิบัติงานเมื่อได้รับการร้องขอ

๑.๒.๖ ประสานกับฝ่ายพลเรือนในการเตรียมพื้นที่ปลอดภัยเพื่อรองรับการอพยพและสนับสนุนการดาเนินการในการหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบต่างๆ ในขณะเกิดภัย เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด

๒. การปฏิบัติเมื่อเกิดภัย

๒.๑ การแบ่งระดับความรุนแรง เป็นการจัดระบบ การกาหนดภารกิจและความรับผิดชอบในการป้องกันภัยพิบัติตามแผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ ดังนี้

๒.๑.๑ ความรุนแรงระดับ ๑ สาธารณภัยที่เกิดขึ้นทั่วไปหรือมีขนาดเล็ก ซึ่งกองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเขตท้องที่สามารถควบคุมสถานการณ์และจัดการระงับภัยได้โดยลาพัง

๒.๑.๒ ความรุนแรงระดับ ๒ สาธารณภัยขนาดกลาง เป็นภัยพิบัติซึ่งต้องอาศัยการสนับสนุนความช่วยเหลือจากหน่วยงานหลายส่วนราชการภายในเขตจังหวัดหรือจังหวัดใกล้เคียง ผู้อานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนอาเภอ เทศบาล และเมืองพัทยา ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์และจัดการระงับภัยได้ ผู้อานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัดจะต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

สาหรับความรุนแรงระดับ ๑ และ ๒ หน่วยงานในสังกัด กห. ต่างๆ จะต้องเตรียมการและเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสามารถปฏิบัติงานได้เมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มระดับขึ้น

๒.๑.๓ ความรุนแรงระดับ ๓ สาธารณภัยขนาดใหญ่ เป็นภัยพิบัติที่มีผลกระทบรุนแรงกว้างขวาง หรือสาธารณภัยที่จาเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหรืออุปกรณ์พิเศษ ต้องระดมความช่วยเหลือจากทุกส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้อานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัด ไม่สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์และระงับภัยได้ ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกจังหวัดและ/หรือกองอานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนภาค ผู้อานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งราชอาณาจักร หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้อานวยการ๑๔

เหตุการณ์ ในสถานการณ์ความรุนแรงระดับ ๓ กห.จะต้องจัดกาลังพล ยุทโธปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือ กอ.ปพร.เขตท้องที่ ตามแผนที่กาหนดไว้

กรณีเกิดสาธาณณภัยอย่างรุนแรง ผู้อานวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งราชอาณาจักร (ผอ.ปพร.รจ.) จะออกคาสั่งจัดตั้งศูนย์อานวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยขึ้น โดยมีโครงสร้างศูนย์ฯ ประกอบด้วยฝ่ายต่างๆ รวม ๗ ฝ่าย คือ ๑) ฝ่ายอานวยการ ๒) ฝ่ายแจ้งเตือน ๓) ฝ่ายประสานช่วยเหลือ ๔) ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสาร ๕) ฝ่ายรับบริจาคและบัญชี ๖) ฝ่ายรักษษความสงบเรียบร้อย ๗) ฝ่ายฟื้นฟูบูรณะกับส่วนสนับสนุนและคณะที่ปรึกษา ในการนี้ กห. (บก.ทหารสูงสุด และเหล่าทัพ) มีส่วนร่วมรับผิดชอบสนับสนุนในคณะกรรมการฝ่ายที่ ๑, ๒, ๓ และ ๗

๒.๒ ขั้นตอนการปฏิบัติ ในขณะเกิดภัยพิบัติหรือใกล้จะเกิดภัยพิบัติอันเป็นเหตุจาเป็นที่หน่วยงานในสังกัด กห. จะต้องรีบเข้าระงับและบรรเทาภัยพิบัติดังกล่าว ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์อย่างเป็นระบบ เพื่อลดอันตรายและความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน และส่วนราชการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในภาพรวมของ กห. จึงให้ ศบภ. สป., ศบภ.บก.ทหารสูงสุด และ ศบภ.เหล่าทัพ ดาเนินการ ดังนี้

๒.๑.๑ วางแผน อานวยการ ประสานงาน กากับดูแล และประชาสัมพันธ์ในการให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในส่วนที่รับผิดชอบ รวมทั้งสนับสนุนหน่วยงานฝ่ายพลเรือนตามแผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๘ เมื่อได้รับการร้องขอ

๒.๑.๒ สนับสนุนกาลังพล ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์เครื่องมือ สื่อสารและยานพาหนะเข้าระงับและบรรเทาภัยพิบัติ ตามที่หน่วยงานฝ่ายพลเรือนร้องขอ โดยให้ถือเป็นหน้าที่สาคัญเป็นลาดับแรก

๒.๑.๓ ดาเนินการอพยพผู้ประสบภัยพิบัติ และเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่อันตรายไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย โดยให้ถือว่าการรักษาชีวิตของประชาชนเป็นความเร่งด่วนสูงสุด

๒.๑.๔ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ประสบภัยพิบัติที่ได้รับบาดเจ็บ

๒.๑.๕ มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค น้าดื่ม ยา และเวชภัณฑ์และเครื่อง นุ่งห่มรวมทั้งสิ่งของที่จาเป็นต่อการยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ

๒.๑.๖ จัดสร้างที่พักชั่วคราวสาหรับผู้ประสบภัยพิบัติ ในพื้นที่ปลอดภัย

๒.๑.๗ สนับสนุนการดาเนินการต่างๆ ตามที่หน่วยงานฝ่ายพลเรือนร้องขอ เช่น การรื้อซากปรักหักพัง รื้อถอนสิ่งกีดขวางเส้นทางคมนาคม การกู้เรืออับปาง การลาเลียงประชาชน การจัดระเบียบจราจร การใช้กระสอบทราบทาคันกั้นน้า และการจัดทาสะพานทางเดิน เป็นต้น ๑๕

 

๓. การฟื้นฟูบูรณะ เป็นการดาเนินการฟื้นฟูบูรณะเพื่อบรรเทาทุกข์ขั้นต้นแก่ประชาชนที่ประสบภัยพิบัติอย่างมีระบบ ทั่วถึง รวดเร็ว และต่อเนื่อง อย่างมีประสิทธิภาพ ในภาพรวมของ กห. จึงให้ ศบภ. สป., ศบภ.บก.ทหารสูงสุด และ ศบภ.เหล่าทัพ ดาเนินการ ดังนี้

๓.๑ วางแผน อานวยการ ประสานงาน กากับดูแล และประชาสัมพันธ์การช่วยเหลือ ประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในส่วนที่รับผิดชอบ หลังจากเกิดเหตุการณ์ รวมทั้งสนับสนุนหน่วยงาน ฝ่ายพลเรือนเมื่อได้รับการร้องขอ

๓.๒ จัดเจ้าหน้าที่ซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค และสิ่งสาธารณประโยชน์ต่างๆ ตาม ขีดความสามารถ หรือตามที่จังหวัดร้องขอ

๓.๓ ฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยรวดเร็ว

๓.๔ มอบสิ่งของที่จาเป็นต่อการยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ

๓.๕ จัดกิจกรรมฟื้นฟูสภาพจิตใจให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนเป็นลาดับแรก

๓.๖ สารวจความเสียหายทุกด้าน เพื่อประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือของส่วนราชการที่รับผิดชอบต่อไป

อนึ่ง สาหรับการรายงานผลการปฏิบัติงานในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ในขั้นการปฏิบัติเมื่อเกิดภัยและการฟื้นฟูบูรณะ ให้รายงานผลการปฏิบัติตามสายการบังคับบัญชา โดย ใช้แบบรายงานการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของ กห. ตามที่แนบ ๑๖

บทที่ ๕

การงบประมาณ

กรณีเกิดสาธารณภัยอย่างร้ายแรงในส่วนหนึ่งส่วนใดของประเทศ จาเป็นจะต้องจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานต่างๆ ได้เบิกจ่ายตามระเบียบ กค. ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๖ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งปัญหาความล่าช้าในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปัญหาการ ประมาณการค่าใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากไม่เข้าใจกฎระเบียบการเบิกจ่าย อาจเป็นสาเหตุให้เกิดความล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือ ดังนั้น กห. จึงได้กาหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยความเห็นชอบของ กค. ดังนี้

๑. เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดอื่น ซึ่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีได้ประกาศให้ภัยพิบัตินั้นเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในการดาเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

๑.๑ ให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเหล่าทัพ (ก.ช.ภ.เหล่าทัพ) คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกองบัญชาการทหารสูงสุด (ก.ช.ภ.บก.ทหารสูงสุด) หรือ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกระทรวงกลาโหม (ก.ช.ภ.กห.) สั่งการให้หน่วยปฏิบัติเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชา การทหารสูงสุดหรือปลัดกระทรวงกลาโหม ออกคาสั่งมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบให้หน่วยปฏิบัติ

กรณีเร่งด่วนที่หน่วยปฏิบัติจาเป็นต้องออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติก่อนมีคาสั่ง มอบหมายให้หน่วยปฏิบัติรายงานให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพ (ศบภ.เหล่าทัพ) ศูนย์บรรเทา สาธารณภัยกองบัญชาการทหารสูงสุด (ศบภ.บก.ทหารสูงสุด) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวง กลาโหม (ศบภ.กห.) หรือสานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.) ทราบโดยด่วน

๑.๒ หน่วยปฏิบัติจะต้องประมาณการความต้องการงบประมาณที่จะขอใช้เงินทดรอง ราชการพร้อมรายละเอียดประกอบ ได้แก่ ประเภทของภัย วันเดือนปีที่เกิดภัย สถานที่เกิดเหตุ จานวนผู้ประสบภัย ความเสียหายโดยประมาณ การช่วยเหลือที่ต้องดาเนินการ และรายละเอียด ความต้องการงบประมาณเสนอต่อ ศบภ.เหล่าทัพ, ศบภ.บก.ทหารสูงสุด หรือ ศบภ.กห. ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกจ่ายได้ จานวน ๖ รายการ ประกอบด้วย

๑.๒.๑ ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาสาหรับเจ้าหน้าที่

๑.๒.๒ ค่าน้ามัน ๑๗

๑.๒.๓ ค่าซ่อมย่อย

๑.๒.๔ ค่าวัสดุที่จาเป็นในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เช่น วัสดุที่ใช้ในการ ซ่อมแซมบ้านเรือน หลังละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐.-บาท เป็นต้น

๑.๒.๕ ค่าถุงยังชีพ ครอบครัวละไม่เกิน ๕๐๐ บาท ต่อถุง

๑.๒.๖ ค่าใช้จ่ายในการจัดให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนที่เจ็บป่วยจาก ภัยพิบัติในสถานพยาบาล ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อคน

๑.๓ เมื่อ ศบภ.เหล่าทัพ, ศบภ.บก.ทหารสูงสุด หรือ ศบภ.กห. ได้รับรายละเอียดประมาณการความต้องการงบประมาณจากหน่วยปฏิบัติ ให้ดาเนินการจัดประชุมเพื่อพิจารณาให้ ความเห็นชอบโดยเร็ว แล้วนาเรียนขออนุมัติต่อผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดหรือปลัดกระทรวงกลาโหม ตามอานาจการอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการที่ได้รับมอบอานาจจากปลัดกระทรวงกลาโหม หากวงเงินในอานาจการอนุมัติของผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่เพียงพอให้รายงานขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมไปยังกองบัญชาการทหารสูงสุด และกระทรวง กลาโหม ตามลาดับ เพื่อพิจารณาอนุมัติสั่งใช้เงินทดรองราชการในอานาจของผู้บัญชาการทหารสูงสุดและปลัดกระทรวงกลาโหมต่อไป

๑.๔ ให้ ศบภ.เหล่าทัพ, ศบภ.บก.ทหารสูงสุด หรือ ศบภ.กห. ส่งผลการพิจารณาให้ ความเห็นชอบงบประมาณที่ใช้ในการดาเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ พร้อมด้วยหลักฐาน การอนุมัติของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือปลัดกระทรวงกลาโหม ตามข้อ ๑.๓ ให้กรมการเงินเหล่าทัพและกรมการเงินทหาร เพื่อเสนอขอตั้งฎีกาเงินนอกงบประมาณเบิกเงินทดรองราชการมายังการเงินกลาโหม

๑.๕ กรมการเงินกลาโหม ตั้งฎีกาเงินนอกงบประมาณเบิกเงินทดรองราชการ เพื่อช่วย เหลือผู้ประสบภัยพิบัติโดยโอนเข้าบัญชีกรมการเงินเหล่าทัพ และกรมการเงินทหาร

๑.๖ เมื่อได้รับอนุมัติให้จ่ายเงินทดรองราชการ และหน่วยปฏิบัติได้จ่ายเงินทดรองราชการไปแล้ว ให้หน่วยปฏิบัติจัดทารายงานการใช้เงิน โดยให้หัวหน้าหน่วยงานตั้งแต่ระดับผู้บังคับกองพันหรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้รับรอง พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานใบสาคัญต้นฉบับส่งให้ กรมการเงินเหล่าทัพ กรมการเงินทหารหรือกรมการเงินกลาโหม โดยด่วนภายใน ๓๐ วัน โดยแนบ หลักฐาน ดังนี้

๑.๖.๑ สาเนาบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประ สบภัยพิบัติของ ศบภ.เหล่าทัพ, ศบภ.บก.ทหารสูงสุด หรือ ศบภ.กห.

๑.๖.๒ บัญชีสรุปรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

๑.๖.๓ สาเนาอนุมัติให้ใช้เงินทดรองราชการ

๑.๖.๔ สาเนาฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณ ๑๘

๑.๗ กรมการเงินเหล่าทัพ หรือกรมการเงินทหาร ตรวจสอบหลักฐานใบสาคัญส่งหลักฐานตาม ข้อ ๑.๖ ไปยังกรมการเงินกลาโหม เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการใช้จ่ายเงินแล้ว สรุปผลการใช้จ่ายเงินดังกล่าวให้สานักงบประมาณกลาโหม เพื่อขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณ รายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการต่อไป

๒. การให้ความช่วยเหลือข้างต้น ให้ดาเนินการตามข้อตกลงในการให้ความช่วยเหลือ ผู้ ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ที่ได้จัดทาร่วมกันระหว่าง กห., พม., กษ., มท. และ สธ. โดยให้ความเห็นชอบของ กค. และสานักงบประมาณ และให้มีการประสานงานกันระหว่างส่วนราชการหน่วย งานอื่นของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรการกุศลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือ ทั่วถึงไปซ้าซ้อนกัน

๓. ให้ ศบภ.เหล่าทัพ, ศบภ.บก.ทหารสูงสุด รายงานผลการปฏิบัติงานในการให้การช่วย เหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ ศบภ.กห. ทราบทุกๆ 15 วัน จนกว่าจะจบภารกิจ และให้ ศบภ.กห. สรุปรายงานผลการปฏิบัติงานในการให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทราบด้วย

๔. การจัดสรรเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในส่วนราชการของ กห. ตามคาสั่ง สป. (เฉพาะ) ที่ ๙๔/๔๗ ลง ๒ มี.ค.๔๗ เรื่องการจัดสรรเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้ดาเนินการดังนี้

๔.๑ จัดสรรวงเงินทดรองราชการของส่วนราชการ ดังนี้

๔.๑.๑ สป. จานวน ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

๔.๑.๒ บก.ทหารสูงสุด จานวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

๔.๑.๓ ทบ. จานวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

๔.๑.๔ ทร. จานวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

๔.๑.๕ ทอ. จานวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

๔.๒ ผบ.ทหารสูงสุด, ผบ.ทบ., ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. มีอานาจอนุมัติจ่ายเงินทดรอง ราชการตามวงเงินที่ได้รับการจัดสรร และมีอานาจในการจัดหาและการควบคุมพัสดุ

๔.๓ การใช้เงินทดรองราชการให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๖ และประกาศกระทรวง กลาโหม เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินดังกล่าวข้างต้น ๑๙

๕. ในกรณีที่มีความจาเป็นเร่งด่วน ที่ส่วนราชการตามข้อตกลงว่าด้วยการให้ความช่วย เหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ.๒๕๔๖ ขอรับการสนับสนุน ความช่วยเหลือจากกระทรวงกลาโหม ไม่อาจขอรับการสนับสนุนเป็นหนังสือได้ ให้ขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือโดยเครื่องมือสื่อสารใดๆ หรือโดยวิธีอื่นใด และให้ยืนยันเป็นหนังสือในภายหลัง โดยด่วนที่สุด ๒๐

รูปภาพที่ ๖ ขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. ๒๕๔๖

 

บทที่ ๖

การสื่อสาร

ปัจจุบันในยุคข้อมูลและข่าวสารที่ไร้พรมแดน การติดต่อสื่อสารนับเป็นการดาเนินการที่มี ความสาคัญเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติขณะเกิดภัยพิบัติ ได้แก่ การติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน ระหว่างผู้ปฏิบัติกับผู้ปฏิบัติ และระหว่างผู้ปฏิบัติกับผู้ควบคุมการปฏิบัติ ซึ่งถ้าระบบการสื่อสาร เป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นระบบเดียวกัน จะทาให้การปฏิบัติขณะเกิดภัยพิบัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารในระหว่างปฏิบัติการ ณ ที่เกิดเหตุของกลุ่มหรือหน่วยงานที่ปฏิบัติ งานแต่ละหน่วย ซึ่งจะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นปัจจุบันอย่างเพียงพอ ทั่วถึงและทันเวลา เพื่อนาไปใช้ประกอบการปฏิบัติตามภารกิจให้สาเร็จลุล่วงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ให้เกิดความ ผิดพลาด หรือซ้าซ้อนกัน หากการติดต่อสื่อสารมีข้อจากัด ล่าช้า หรือหยุดชะงักไปจะเกิดความไม่ แน่ใจในการปฏิบัติ เกิดความสับสน วุ่นวาย และมีข้อผิดพลาดมากขึ้นตามลาดับ เนื่องจากแต่ละฝ่ายไม่ทราบว่าฝ่ายอื่นกาลังปฏิบัติอะไร อย่างไร อยู่ที่ไหน อยู่ในขั้นตอนใดของแผนฯ และ สาเร็จลุล่วงไปเพียงใด เป็นต้น ดังนั้นจึงจาเป็นต้องจัดระบบการติดต่อสื่อสารที่อานวยให้สามารถติดต่อประสานงาน สั่งการ รายงานผลการปฏิบัติ และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องระหว่างกองอานวย การ หน่วยงานและฝ่ายต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และเชื่อถือได้ไว้ตั้งแต่ภาวะปกติ

วัตถุประสงค์ของการจัดระบบการติดต่อสื่อสารในการบรรเทาสาธารณภัย

๑. เพื่อเป็นเครื่องมือในการติดต่อ ประสานงาน สั่งการ รายงาน และดาเนินการอานวย การควบคุมการปฏิบัติการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ระหว่าง ศบภ.กห. ทุกระดับกับฝ่ายที่ เกี่ยวข้อง

๒. เพื่อเป็นการประกันความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเชื่อถือได้ ในการอานวยการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย

การดาเนินการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ประกอบด้วย

๑. หลักการปฏิบัติ

๑.๑ การติดต่อสื่อสารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะต้องกระทาตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ภาวะปกติ โดยใช้เครื่องมือสื่อสารหลักประเภทโทรคมนาคม ซึ่งมีความแน่นอน รวดเร็ว ปลอดภัย เชื่อถือได้และมีหลายระบบ ใช้ทดแทนสนับสนุนซึ่งกันและกันได้

๑.๒ ยึดหลักการรักษาความปลอดภัยทางการสื่อสารควบคู่กับความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารด้วยเสมอ ๒๒

๑.๓ ศบภ.กห., ศปภ.สป., ศบภ.บก.ทหารสูงสุด และ ศบภ.เหล่าทัพ มีอานาจหน้าที่ใน การฝึกอบรม ให้ความรู้ และจัดระบบการติดต่อสื่อสารของหน่วย ให้สามารถเชื่อมโยงกับแกนหลัก ในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพตลอดเวลา

๑.๔ จัดทาคาแนะนาปฏิบัติการสื่อสาร (นปส.) ฉบับใช้ร่วม เพื่อใช้เป็นคาแนะนาหลักในการติดต่อสื่อสารร่วมกันระหว่างหน่วยปฏิบัติในพื้นที่เกิดภัยพิบัติ

๒. งานหลักในการดาเนินการติดต่อสื่อสาร เพื่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดังนี้

๒.๑ ศบภ. ในแต่ละระดับ ทาหน้าที่เป็นศูนย์กลางการติดต่อสื่อสารประจาพื้นที่ ดารงการปฏิบัติในฐานะแม่ข่ายในระบบการต่อต่อสื่อสารกับหน่วยรองของตนในเขตรับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ภาวะปกติ

๒.๒ พัฒนาระบบ และขีดความสามารถในการติดต่อสื่อสารร่วมกับข่ายการสื่อสาร โทรคมนาคมและข่ายอื่นๆ ตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และจัดระบบสารองเพิ่ม เติมรวมทั้งพิจารณาใช้ประโยชน์ จากข่ายการสื่อสารของชมรมวิทยุอาสาสมัครตลอดจนชมรมหรือ สมาคมวิทยุสมัครเล่นในท้องถิ่น

๒.๓ ดารงการติดต่อสื่อสารเพื่อกาหนดให้มีการติดต่อสื่อสารไว้อย่างต่อเนื่อง และชัดเจน

๓. ระบบการติดต่อสื่อสาร ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนราชการต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก กห. ให้ใช้ระบบโทรคมนาคม การสื่อสารทางโทรศัพท์ และโทรสารเป็นหลัก โดยให้ ศบภ. ในทุกระดับของ กห. จัดทาผังการติดต่อสื่อสารให้มี ความถูกต้องและทันสมัยตลอดเวลา ๒๓

รูปภาพที่ ๗ แผนผังการติดต่อสื่อสาร

ภาคผนวก ๒๕

คาสั่งกระทรวงกลาโหม

(เฉพาะ)

ที่ ๒๔/๕๐

เรื่อง การจัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม

เพื่อให้การดาเนินงานของกระทรวงกลาโหม ในการป้องกัน แก้ไข บรรเทาภัยพิบัติและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราช บัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ.๒๕๒๒ แผนป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๘ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๖

อาศัยอานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวง กลาโหม พ.ศ.๒๕๐๓ จึงให้ดาเนินการ ดังนี้

๑. ยกเลิกคาสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๔๓๔/๔๗ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๗ เรื่อง จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม

๒. ให้จัดศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม ดังนี้

๒.๑ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม (ศบภ.กห.) ประกอบด้วย

๒.๑.๑ รมว.กห. ผอ.ศบภ.กห.

๒.๑.๒ ปล.กห. รอง ผอ.ศบภ.กห. (๑)

๒.๑.๓ ผบ.ทหารสูงสุด รอง ผอ.ศบภ.กห. (๒)

๒.๑.๔ ผบ.ทบ. ผช.ผอ.ศบภ.กห. (๑)

๒.๑.๕ ผบ.ทร. ผช.ผอ.ศบภ.กห. (๒)

๒.๑.๖ ผบ.ทอ. ผช.ผอ.ศบภ.กห. (๓)

๒.๑.๗ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรรมการ

๒.๑.๘ จก.สม. กรรมการ

๒.๑.๙ ผอ.สงป.กห. กรรมการ

๒.๑.๑๐ จก.ธน. กรรมการ ๒๖

๒.๑.๑๑ จก.กง.กห. กรรมการ

๒.๑.๑๒ ผอ.สนผ.กห. กรรมการและเลขานุการ

๒.๑.๑๓ จก.กร.ทหาร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

๒.๑.๑๔ หน.ศปพม.สนผ.กห. กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

๒.๒. อานาจหน้าที่ของ ศบภ.กห.

๒.๒.๑ กาหนดนโยบายและแนวทางของ กห. เกี่ยวกับการป้องกัน แก้ไข บรรเทา ภัยพิบัติที่เกิดจากสาธารณภัย และอุบัติภัย รวมทั้งแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

๒.๒.๒ เป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับรัฐบาล และหน่วยงานฝ่ายพลเรือนรวมทั้งภาคเอกชนในการอานวยการป้องกัน แก้ไข บรรเทาภัยพิบัติ ที่เกิดจากสาธารณภัยและอุบัติ ภัยในส่วนที่ กห. เกี่ยวข้อง

๒.๒.๓ ติดตามสถานการณ์และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่ออานวย การและประสานงานให้ส่วนราชการใน กห. ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงการอานวยการ และประสานการประชาสัมพันธ์ โดยใช้เครื่องมือของส่วนราชการใน กห.

๒.๒.๔ ให้ นขต.กห. และเหล่าทัพ สนับสนุนกาลังพล และข้อมูล เพื่อสนับสนุน การปฏิบัติงานของฝ่ายเลขานุการ ศบภ.กห. เมื่อได้รับการร้องขอ และให้เชิญผู้แทนส่วนราชการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้คาแนะนา คาปรึกษา หรือร่วมปฏิบัติงาน และขอรับข้อมูลในเรื่องที่เกี่ยว ข้องตามความจาเป็น

๒.๒.๕ พิจารณาให้ความเห็นชอบ การสนับสนุนเงินทดรองราชการ เพื่อช่วย เหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามที่ส่วนราชการใน กห. ร้องขอ เพิ่มเติมจากวงเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเพื่อดาเนินการเบิกจ่ายตามระเบียบ และคาสั่งที่กาหนดต่อไป

๒.๓ ผังการจัด ศบภ.กห. ตามผนวก ก

๓. ให้ สป., บก.ทหารสูงสุด และเหล่าทัพ จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทุกระดับหน่วยให้สอดคล้องกับการจัดและการดาเนินงานของ ศบภ.กห. และเป็นหน่วยรับผิดชอบการดาเนินงาน เกี่ยวกับการป้องกันแก้ไข บรรเทาภัยพิบัติ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของ กห.

๔. ให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทุกระดับหน่วย จัดทาแผนการปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกัน แก้ไขและบรรเทาภัยพิบัติที่เกิดขาก สาธารณภัย และอุบัติภัย รวมทั้งแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิบัติของหน่วยพร้อมทั้งพิจารณาทบทวนหรือปรับปรุงแผนดังกล่าวให้มีความเหมาะสมและสอด คล้องกับนโยบายและแนวทางของ กห. และให้ติดตามสถานการณ์ พร้อมทั้งรายงานเหตุการณ์และ ผลการปฏิบัติงานของหน่วยให้ ศบภ.กห. อย่างต่อเนื่อง ๒๗

๕. การปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณและเงินทดรองราชการ ให้ปฏิบัติตามระเบียบและคาสั่งที่เกี่ยวข้อง

๖. อานาจหน้าที่นอกเหนือจากที่กาหนดไว้ในข้อ ๒.๒ ให้อยู่ในดุลยพินิจและการสั่งการของ รมว.กห. ในฐานะ ผอ.ศบภ.กห.

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐

พลเอก บุญรอด สมทัศน์

(บุญรอด สมทัศน์)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ๒๘

ภาคผนวก ก ผังการจัด ประกอบคำสั่ง กห. (เฉพาะ) ที่ ๒๔/๕๐ ลง ๓๐ ม.ค.๕๐

ตรวจถูกต้อง

พลตรี ชาญชัย ช้างมงคล

( ชาญชัย ช้างมงคล )

หน.ศปพม.สนผ.กห.

๒๔ ม.ค. ๕๐ ๒๙

การแบ่งมอบพื้นที่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

และผู้แทน กห. ใน ก.ช.ภ.จ., ก.ช.ภ.อ./ก.ช.ภ.กอ. จังหวัด

อาเภอ/เขต

ศบภ./หน่วยรับผิดชอบ

ผู้แทน กห.

บก.ทหารสูงสุด

ทบ.

ทร.

ทอ.

๑. กรุงเทพมหานคร

พระนคร

ป.พัน.๑ รอ.

ผบ.ป.พัน.๑ รอ.

(๕๐ เขต)

ดุสิต

ม.พัน.๔ รอ.

ผบ.ม.พัน.๔ รอ.

หนองจอก

ปตอ.พัน.๕

ศบภ.ทอ.

ผอ.กกร.กร.ทอ.

บางรัก

ม.พัน.๓ รอ.

ผบ.ม.พัน.๓ รอ.

บางเขน

ร.๑๑ พัน.๒ รอ.

ศบภ.ทอ.

ผอ.กกร.กร.ทอ.

บางกะปิ

ปตอ.พัน.๑

ศบภ.ทอ.

ผอ.กกร.กร.ทอ.

ปทุมวัน

ม.พัน.๑ รอ.

ผบ.ม.พัน.๑ รอ.

ป้อมปราบศัตรูพ่าย

ร.๑ พัน.๑ รอ.

ผบ.ร.๑ พัน.๑ รอ.

พระโขนง

ร.๑๑ พัน.๑ รอ.

ผบ.ร.๑๑ พัน.๑ รอ.

มีนบุรี

ปตอ.พัน.๕

ศบภ.ทอ.

ผอ.กกร.กร.ทอ.

ลาดกระบัง

ปตอ.พัน.๔

ศบภ.ทอ.

ผอ.กกร.กร.ทอ.

ยานนาวา

ม.พัน.๓ รอ.

ผบ.ม.พัน.๓ รอ.

สัมพันธวงศ์

ร.๑ พัน.๓ รอ.

ผบ.ร.๑.พัน.๓ รอ.

พญาไท

ส.พัน.๑ รอ.

ผบ.ส.พัน.๑ รอ.

ธนบุรี

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

บางกอกใหญ่

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

ห้วยขวาง

ร.๑ พัน.๔ รอ.

ผบ.ร.๑ พัน.๔ รอ.

คลองสาน

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

ตลิ่งชัน

พัน.สห.๑๑

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

บางกอกน้อย

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

บางขุนเทียน

พัน.ร.มทบ.๑๑

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

ภาษีเจริญ

พัน.สห.๑๑

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

หนองแขม

พัน.ร.มทบ.๑๑

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

ราษฎร์บูรณะ

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

บางพลัด

ร.๑ พัน.๒ รอ.

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.

ดินแดง

ร.๑๑ รอ.

ผบ.ร.๑๑ รอ.

บึงกุ่ม

ปตอ.พัน.๖

ศบภ.ทอ.

ผอ.กกร.กร.ทอ.

สาทร

ม.พัน.๓ รอ.

ผบ.ม.พัน.๓ รอ.

บางซื่อ

ร.๑ รอ.

ผบ.ร.๑ รอ.

จตุจักร

ร.๑๑ พัน.๑ รอ.

ศบภ.ทอ.

ผอ.กกร.กร.ทอ.

บางคอแหลม

ม.พัน.๓ รอ.

ผบ.ม.พัน.๓ รอ.

ประเวศ

ส.พัน.๑๒ รอ.

ผบ.ส.พัน.๑๒ รอ.

คลองเตย

ม.พัน.๑ รอ.

ผบ.ม.พัน.๑ รอ.

สวนหลวง

ส.พัน.๑๒ รอ.

ผบ.ส.พัน.๑๒ รอ.

จอมทอง

ศบภ.ฐท.กท.

นกร.ฐท.กท.


click
click
Click Here

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง


 Link TV


 Link นสพ.

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก

กรมกิจการพลเรือนทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก

ถ.ราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐

โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๐-๒๕๒๕ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๒๕๒๗